OptiPOSทดลองใช้ฟรี

ฉบับที่ 1.0

ข้อตกลงการใช้บริการระบบ OptiPOS

(Terms of Service)

ผู้ให้บริการ: บริษัท ซินเนอจี โกลบอล เน็ตเวิร์ค จำกัด สถานที่ติดต่อ: 138/1 ชั้น 2 อาคารทองฟรีเวย์ ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร: 0105545052975 อีเมลติดต่อ: support@optipos.co.th

ฉบับที่: 1.0 วันที่มีผลบังคับใช้: 26/08/2569 ปรับปรุงล่าสุด: 26/08/2569


ข้อ 1. คำนิยาม

คำความหมาย
"ผู้ให้บริการ" / "เรา"บริษัท ซินเนอจี โกลบอล เน็ตเวิร์ค จำกัด
"ระบบ" / "OptiPOS"ระบบบริหารจัดการร้านแว่นตาแบบ Software as a Service ที่ผู้ให้บริการจัดให้ใช้งานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รวมถึงเว็บแอปพลิเคชัน โมบายแอปพลิเคชัน API เอกสารประกอบ และบริการเสริมทั้งหมด
"ผู้ใช้บริการ" / "ร้านค้า" / "ท่าน"นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่สมัครใช้บริการและเป็นคู่สัญญาตามข้อตกลงฉบับนี้
"บัญชีร้านค้า"พื้นที่ข้อมูลเฉพาะของผู้ใช้บริการแต่ละรายในระบบ (tenant)
"ผู้ใช้งาน" (User / Seat)บุคคลที่ผู้ใช้บริการอนุญาตให้เข้าใช้ระบบภายใต้บัญชีร้านค้า โดยมีชื่อผู้ใช้เฉพาะราย
"สาขา" (Branch)หน่วยสถานประกอบการที่ผู้ใช้บริการเปิดใช้งานในระบบ
"แพ็กเกจ"ระดับบริการที่ผู้ใช้บริการเลือก ได้แก่ สตาร์ทเตอร์ โปร บิสซิเนส หรือ เอนเตอร์ไพรส์
"รอบบริการ"ระยะเวลาการใช้บริการที่ชำระค่าบริการแล้ว หนึ่งเดือนหรือหนึ่งปีตามที่เลือก
"ข้อมูลของผู้ใช้บริการ"ข้อมูลทั้งหมดที่ผู้ใช้บริการหรือผู้ใช้งานนำเข้า สร้าง หรือจัดเก็บในระบบ รวมถึงข้อมูลลูกค้าปลายทาง ค่าสายตา ประวัติการขาย และสต๊อกสินค้า
"ลูกค้าปลายทาง"ลูกค้าของผู้ใช้บริการซึ่งข้อมูลถูกบันทึกอยู่ในระบบ
"ข้อมูลส่วนบุคคล"ตามความหมายในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ข้อ 2. การยอมรับข้อตกลง

2.1 การสมัครใช้บริการ การกดยอมรับข้อตกลงบนหน้าจอ การเข้าสู่ระบบ หรือการชำระค่าบริการ ถือเป็นการยอมรับข้อตกลงฉบับนี้ทั้งหมดโดยผูกพันตามกฎหมาย

2.2 ผู้ที่กระทำการยอมรับในนามนิติบุคคล รับรองว่าตนมีอำนาจผูกพันนิติบุคคลนั้นได้โดยชอบ

2.3 ผู้ใช้บริการต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมาย

2.4 เอกสารต่อไปนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงฉบับนี้

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)
  • ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement)
  • ข้อกำหนดระดับการให้บริการ (SLA) เฉพาะผู้ใช้บริการที่มีสิทธิ์
  • ใบเสนอราคาหรือใบสั่งซื้อที่ลงนามร่วมกัน (ถ้ามี)

หากข้อความขัดหรือแย้งกัน ให้ถือลำดับความสำคัญดังนี้ (1) ใบเสนอราคา/ใบสั่งซื้อที่ลงนามร่วมกัน (2) DPA (3) ข้อตกลงฉบับนี้ (4) นโยบายและเอกสารประกอบอื่น


ข้อ 3. ขอบเขตของบริการและสิทธิการใช้งาน

3.1 ลักษณะสิทธิ — ผู้ให้บริการให้สิทธิผู้ใช้บริการเข้าใช้ระบบในลักษณะ ไม่ผูกขาด โอนสิทธิไม่ได้ ให้ใช้ช่วงไม่ได้ และเพิกถอนได้ ตลอดรอบบริการที่ชำระค่าบริการแล้ว เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจของผู้ใช้บริการเท่านั้น

3.2 มิใช่การขายซอฟต์แวร์ — ข้อตกลงนี้เป็นการให้บริการเข้าถึงระบบ มิใช่การขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ในซอฟต์แวร์ ซอร์สโค้ด หรือทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ

3.3 การเข้าถึง — ผู้ใช้บริการมีหน้าที่จัดหาอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต เบราว์เซอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง (เครื่องพิมพ์ เครื่องอ่านบาร์โค้ด เครื่องวัดสายตาที่เชื่อมต่อ) ด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง

3.4 ผู้ใช้งานต่อหนึ่งบัญชี — ชื่อผู้ใช้หนึ่งชื่อใช้ได้กับบุคคลคนเดียวเท่านั้น ห้ามใช้ร่วมกันหลายคนเพื่อเลี่ยงโควตาผู้ใช้งาน


ข้อ 4. แพ็กเกจ ราคา และขอบเขตสิทธิ์

4.1 ราคาต่อไปนี้เป็นราคาไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ให้บริการจะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราตามที่กฎหมายกำหนด ณ วันที่ออกใบกำกับภาษี (ปัจจุบันร้อยละ 7 ซึ่งใช้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570)

แพ็กเกจค่าบริการรายเดือนค่าบริการรายปีสาขาผู้ใช้งานระยะเก็บประวัติการขาย
สตาร์ทเตอร์1,790 บาท17,900 บาท1524 เดือน
โปร2,990 บาท29,900 บาทสูงสุด 3155 ปี
บิสซิเนส4,990 บาท49,900 บาทสูงสุด 635ไม่จำกัด
เอนเตอร์ไพรส์4,990 บาท + ค่าสาขาเพิ่ม49,900 บาท + ค่าสาขาเพิ่มตั้งแต่ 7 สาขาขึ้นไปไม่จำกัดไม่จำกัด

4.2 ค่าสาขาเพิ่มสำหรับแพ็กเกจเอนเตอร์ไพรส์ คิดแบบขั้นบันได โดยแต่ละช่วงคิดตามอัตราของช่วงนั้น มิใช่คิดอัตราเดียวย้อนหลังทั้งหมด

ลำดับสาขาอัตราต่อสาขาต่อเดือน
สาขาที่ 7–10790 บาท
สาขาที่ 11–20690 บาท
สาขาที่ 21 ขึ้นไป590 บาท
ตัวอย่าง 12 สาขา = 4,990 + (4 × 790) + (2 × 690) = 9,530 บาทต่อเดือน

4.3 การชำระรายปี — ค่าบริการรายปีคำนวณเท่ากับค่าบริการรายเดือนคูณ 10 กล่าวคือชำระ 10 เดือนใช้งาน 12 เดือน มิใช่ส่วนลดเป็นอัตราร้อยละ ใบกำกับภาษีจะแสดงยอดเรียกเก็บจริงเต็มจำนวนตามรอบ มิใช่ยอดเฉลี่ยต่อเดือนที่ใช้เพื่อการสื่อสารทางการตลาด

4.4 บริการเสริม (ราคาไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

รายการอัตรา
ผู้ใช้งานเพิ่ม (Extra Seat)190 บาท/คน/เดือน
การสนับสนุนนอกเวลาทำการ1,900 บาท/เดือน
ย้ายข้อมูลจากระบบเดิม4,900 บาท/ครั้ง
อบรมนอกสถานที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล3,900 บาท/ครั้ง
ออกแบบแบบฟอร์มเฉพาะ990 บาท/แบบฟอร์ม

4.5 การเปลี่ยนแปลงราคา — ผู้ให้บริการอาจปรับราคาโดยแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ผ่านอีเมลและการแจ้งเตือนในระบบ ราคาใหม่มีผลตั้งแต่รอบบริการถัดไป ผู้ใช้บริการที่ชำระรายปีแล้วจะไม่ถูกปรับราคาในรอบที่ชำระไปแล้ว หากไม่ยอมรับราคาใหม่ ผู้ใช้บริการมีสิทธิบอกเลิกก่อนราคาใหม่มีผลโดยไม่มีค่าปรับ


ข้อ 5. การบังคับใช้โควตาและการวัดปริมาณการใช้งาน

5.1 โควตาสาขา — แพ็กเกจสตาร์ทเตอร์ โปร และบิสซิเนส จำกัดจำนวนสาขาแบบเข้มงวด ระบบจะไม่อนุญาตให้เปิดสาขาเกินกว่าที่แพ็กเกจกำหนด ผู้ใช้บริการต้องเปลี่ยนแพ็กเกจก่อน

5.2 โควตาผู้ใช้งาน — เมื่อจำนวนผู้ใช้งานเกินโควตาของแพ็กเกจ ระบบจะเสนอให้ซื้อผู้ใช้งานเพิ่มตามข้อ 4.4 หรือเปลี่ยนแพ็กเกจ โดยจะไม่ระงับการทำงานของผู้ใช้งานเดิมที่ใช้อยู่แล้ว

5.3 การเปลี่ยนแปลงกลางรอบ (Proration)

  • การเพิ่มสาขาหรือผู้ใช้งานกลางรอบ คิดค่าบริการตามสัดส่วนจำนวนวันที่เหลือของรอบนั้น โดยหารด้วยจำนวนวันจริงของรอบบริการ
  • การลดสาขาหรือผู้ใช้งานกลางรอบ ให้มีผลเมื่อขึ้นรอบบริการถัดไป และไม่มีการคืนเงินสำหรับส่วนที่ลดลงในรอบปัจจุบัน
  • การเลื่อนขึ้นแพ็กเกจ มีผลทันที คิดส่วนต่างตามสัดส่วน
  • การลดระดับแพ็กเกจ มีผลเมื่อขึ้นรอบบริการถัดไป

5.4 การวัดปริมาณการใช้งาน — ผู้ใช้บริการรับทราบว่าผู้ให้บริการจะบันทึกและวัดปริมาณการใช้งาน ได้แก่ จำนวนสาขา จำนวนผู้ใช้งาน ปริมาณการเรียกใช้ผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ จำนวนข้อความที่ส่งออก และปริมาณพื้นที่จัดเก็บ เพื่อการเรียกเก็บค่าบริการและการบริหารความจุของระบบ


ข้อ 6. นโยบายการเก็บรักษาประวัติข้อมูล

6.1 ระยะเวลาเก็บประวัติการขายและประวัติค่าสายตาที่เรียกดูได้ เป็นไปตามแพ็กเกจในข้อ 4.1

6.2 ผู้ให้บริการจะไม่ลบข้อมูลที่เกินระยะเวลาดังกล่าว แต่จะซ่อนจากการค้นหาและรายงานเท่านั้น เมื่อผู้ใช้บริการเลื่อนขึ้นแพ็กเกจที่มีระยะเก็บประวัติยาวกว่า ข้อมูลที่ถูกซ่อนจะกลับมาเรียกดูได้ทันทีโดยไม่ต้องนำเข้าใหม่

6.3 นโยบายเอกสารทางภาษีแยกต่างหากจากนโยบายประวัติการขาย — ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ใบลดหนี้ และใบเพิ่มหนี้ที่ออกผ่านระบบ จะถูกเก็บรักษาไม่น้อยกว่า 5 ปี ทุกแพ็กเกจ ตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด โดยไม่ขึ้นกับระยะเก็บประวัติการขายของแพ็กเกจ


ข้อ 7. ระยะทดลองใช้งาน

7.1 ผู้ใช้บริการรายใหม่มีสิทธิทดลองใช้งานเป็นเวลา 30 วัน โดยเปิดสิทธิ์ระดับเอนเตอร์ไพรส์เต็มรูปแบบ และไม่ต้องผูกบัตรเครดิตล่วงหน้า

7.2 สิทธิทดลองใช้งานให้ หนึ่งครั้งต่อหนึ่งนิติบุคคลหรือหนึ่งสถานประกอบการ ผู้ให้บริการมีสิทธิปฏิเสธหรือยกเลิกสิทธิทดลองที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นการสมัครซ้ำเพื่อเลี่ยงการชำระค่าบริการ

7.3 เมื่อครบกำหนดทดลองและยังไม่ได้เลือกแพ็กเกจ บัญชีจะถูกลดระดับลงสู่สถานะจำกัดโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้บริการยังคงเข้าถึงและส่งออกข้อมูลของตนได้ตามข้อ 10.4 แต่ฟังก์ชันที่เกินขอบเขตแพ็กเกจต่ำสุดจะถูกปิด

7.4 บริการติดตั้งและอบรมที่จัดให้ในช่วงทดลองใช้งาน ผู้ให้บริการอาจกำหนดให้มีการยืนยันตัวตนของนิติบุคคล เช่น หนังสือรับรองบริษัทหรือทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ก่อนให้บริการ


ข้อ 8. การชำระเงิน การออกเอกสารภาษี และการค้างชำระ

8.1 วิธีชำระเงิน — ผู้ใช้บริการชำระค่าบริการได้โดย (ก) บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตแบบตัดอัตโนมัติ (ข) พร้อมเพย์คิวอาร์ หรือ (ค) โอนเงินตามใบแจ้งหนี้

8.2 การตัดบัตรอัตโนมัติ — เมื่อผู้ใช้บริการบันทึกบัตรไว้ในระบบ ถือเป็นการให้ความยินยอมให้ผู้ให้บริการเรียกเก็บค่าบริการรอบถัดไปโดยอัตโนมัติจนกว่าจะยกเลิก รายการแรกจะดำเนินการยืนยันตัวตนด้วย 3-D Secure หมายเลขบัตรของผู้ใช้บริการจะถูกแปลงเป็นโทเคนโดยผู้ให้บริการรับชำระเงินโดยตรง ผู้ให้บริการไม่จัดเก็บหมายเลขบัตรเต็มไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของตน

8.3 การหักภาษี ณ ที่จ่าย — ผู้ใช้บริการที่เป็นนิติบุคคลและมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3 สำหรับค่าบริการ ไม่สามารถใช้วิธีชำระด้วยบัตรตัดอัตโนมัติได้ และต้องใช้วิธีชำระตามใบแจ้งหนี้หรือพร้อมเพย์คิวอาร์ โดยผู้ใช้บริการมีหน้าที่นำส่งหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (แบบ 50 ทวิ) ให้ผู้ให้บริการภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ชำระเงิน หากไม่นำส่งภายในกำหนด ผู้ให้บริการมีสิทธิเรียกเก็บส่วนที่หักไว้คืนเป็นหนี้ค้างชำระ

8.4 เอกสารทางภาษี — ผู้ให้บริการจะออกใบกำกับภาษีในนามที่ผู้ใช้บริการแจ้งไว้ ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้ถูกต้องก่อนออกเอกสาร เอกสารภาษีที่ออกแล้วไม่อาจแก้ไขได้ การแก้ไขทำได้เฉพาะโดยการออกใบลดหนี้หรือใบเพิ่มหนี้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรเท่านั้น

8.5 การชำระล่าช้า — หากไม่ได้รับชำระเงินภายในกำหนด

  • วันที่ 1–7 ระบบใช้งานได้ตามปกติ พร้อมการแจ้งเตือนและพยายามเรียกเก็บซ้ำ
  • วันที่ 8–14 ระบบจำกัดการใช้งานเฉพาะโหมดอ่านอย่างเดียว (ยังออกใบเสร็จให้ลูกค้าปลายทางที่ค้างอยู่ได้)
  • ตั้งแต่วันที่ 15 ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการเข้าใช้ระบบทั้งหมด
  • ผู้ให้บริการมีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของยอดค้างชำระ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
  • ข้อมูลของผู้ใช้บริการจะยังคงถูกเก็บรักษาไว้ตามข้อ 10.4 แม้อยู่ในสถานะระงับ

8.6 ค่าธรรมเนียมและภาษีอื่น — ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าธรรมเนียมการโอนระหว่างประเทศ และภาษีอากรอื่นใดนอกจากภาษีเงินได้ของผู้ให้บริการ เป็นภาระของผู้ใช้บริการ


ข้อ 9. การต่ออายุ การบอกเลิก และการคืนเงิน

9.1 การต่ออายุอัตโนมัติ — บริการจะต่ออายุอัตโนมัติทุกรอบ เว้นแต่ผู้ใช้บริการจะยกเลิกก่อนวันสิ้นสุดรอบ ผู้ให้บริการจะแจ้งเตือนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน สำหรับรอบรายเดือน และ 30 วัน สำหรับรอบรายปี

9.2 การบอกเลิกโดยผู้ใช้บริการ — ผู้ใช้บริการยกเลิกได้ทุกเมื่อผ่านหน้าตั้งค่าบัญชี การยกเลิกมีผลเมื่อสิ้นสุดรอบบริการที่ชำระแล้ว ผู้ใช้บริการยังใช้งานได้จนครบรอบ

9.3 นโยบายการคืนเงิน

กรณีผลลัพธ์
ยกเลิกรอบรายเดือนกลางรอบไม่คืนเงิน ใช้งานได้จนครบรอบ
ยกเลิกรอบรายปีภายใน 30 วันแรกของรอบแรกคืนเงินเต็มจำนวน หักค่าบริการเสริมที่ให้บริการไปแล้ว (เช่น ย้ายข้อมูล อบรมนอกสถานที่)
ยกเลิกรอบรายปีหลัง 30 วันคืนเงินตามสัดส่วนเดือนที่ยังไม่ได้ใช้ โดยคำนวณจากอัตรารายเดือนปกติ มิใช่จากอัตรารายปีที่ได้ส่วนลด หากคำนวณแล้วติดลบ ถือว่าไม่มีเงินคืน
ผู้ให้บริการบอกเลิกโดยผู้ใช้บริการไม่ได้ผิดข้อตกลงคืนเงินตามสัดส่วนวันที่เหลือเต็มจำนวน
ผู้ให้บริการระงับหรือบอกเลิกเพราะผู้ใช้บริการผิดข้อตกลงไม่คืนเงิน
ค่าบริการเสริมที่ให้บริการเสร็จสิ้นแล้วไม่คืนเงินทุกกรณี
ตัวอย่างการคำนวณตามแถวที่ 3 — แพ็กเกจโปร ชำระรายปี 29,900 บาท ใช้ไป 5 เดือน มูลค่าที่ใช้ไปตามอัตรารายเดือนปกติ = 5 × 2,990 = 14,950 บาท เงินคืน = 29,900 − 14,950 = 14,950 บาท

9.4 การบอกเลิกโดยผู้ให้บริการ — ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับหรือบอกเลิกบริการได้ในกรณี (ก) ค้างชำระเกิน 30 วัน (ข) ผิดข้อ 11 (การใช้งานที่ต้องห้าม) อย่างร้ายแรง (ค) การใช้งานสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงปลอดภัยหรือเสถียรภาพของระบบต่อผู้ใช้บริการรายอื่น (ง) มีคำสั่งของศาลหรือหน่วยงานของรัฐ โดยจะแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน เว้นแต่กรณี (ค) และ (ง) ที่อาจดำเนินการได้ทันที

9.5 การยุติบริการทั้งระบบ — หากผู้ให้บริการตัดสินใจยุติการให้บริการ OptiPOS ทั้งระบบ จะแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 180 วัน คืนค่าบริการตามสัดส่วนที่ยังไม่ได้ใช้เต็มจำนวน และจัดให้มีเครื่องมือส่งออกข้อมูลตลอดช่วงเวลาดังกล่าว


ข้อ 10. กรรมสิทธิ์ในข้อมูลและการส่งออกข้อมูล

10.1 ข้อมูลของผู้ใช้บริการเป็นของผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการไม่อ้างสิทธิความเป็นเจ้าของในข้อมูลลูกค้า ค่าสายตา ประวัติการขาย หรือข้อมูลสต๊อกของผู้ใช้บริการ

10.2 ผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูลของผู้ใช้บริการเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บริการ ตามคำสั่งของผู้ใช้บริการ และตามที่กำหนดในข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (DPA)

10.3 การใช้ข้อมูลเชิงสถิติ — ผู้ให้บริการมีสิทธินำข้อมูลที่ผ่านการรวมกลุ่มและทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลหรือระบุร้านค้าได้ (aggregated and anonymised) ไปใช้เพื่อพัฒนาระบบ วิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรม และปรับปรุงคุณภาพบริการ ผู้ให้บริการจะไม่เปิดเผยข้อมูลระดับรายการหรือข้อมูลที่ระบุตัวลูกค้าปลายทางหรือระบุร้านค้าได้ให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อการพาณิชย์

10.4 การส่งออกข้อมูลเมื่อสิ้นสุดบริการ

  • ผู้ใช้บริการส่งออกข้อมูลของตนเองได้ตลอดเวลาในรูปแบบ CSV หรือ Excel ผ่านฟังก์ชันในระบบ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เมื่อบริการสิ้นสุด ผู้ให้บริการจะเก็บข้อมูลไว้ในสถานะพร้อมส่งออกอีก 90 วัน
  • เมื่อพ้น 90 วัน ผู้ให้บริการจะลบข้อมูลออกจากระบบใช้งานจริง และลบจากสำเนาสำรองภายใน 180 วัน นับแต่วันสิ้นสุดบริการ
  • ผู้ใช้บริการอาจร้องขอให้ลบข้อมูลทันทีเป็นลายลักษณ์อักษรได้ ยกเว้นข้อมูลที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเก็บ เช่น เอกสารทางภาษี

10.5 สำรองข้อมูล — ผู้ให้บริการสำรองข้อมูลอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง และเก็บสำเนาสำรองไว้ไม่น้อยกว่า 30 วัน อย่างไรก็ดี การสำรองข้อมูลของผู้ให้บริการมีไว้เพื่อการกู้คืนระบบ มิใช่เพื่อการกู้คืนข้อมูลที่ผู้ใช้บริการลบเองโดยเจตนา ผู้ให้บริการอาจคิดค่าใช้จ่ายตามสมควรสำหรับการกู้คืนข้อมูลเฉพาะราย


ข้อ 11. หน้าที่ของผู้ใช้บริการและการใช้งานที่ต้องห้าม

11.1 หน้าที่ของผู้ใช้บริการ

  • รักษาความลับของชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน และรับผิดชอบต่อการกระทำทั้งหมดภายใต้บัญชีของตน
  • แจ้งผู้ให้บริการทันทีเมื่อทราบว่ามีการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • จัดให้มีฐานทางกฎหมายที่ถูกต้องในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าปลายทาง รวมถึงการขอความยินยอมสำหรับข้อมูลค่าสายตาซึ่งอาจเข้าข่ายข้อมูลสุขภาพตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
  • ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่นำเข้าและเอกสารที่ออกจากระบบ
  • ปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับธุรกิจของตน รวมถึงกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลและวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการวัดสายตาและประกอบแว่น

11.2 การใช้งานที่ต้องห้าม ผู้ใช้บริการจะไม่กระทำการดังต่อไปนี้

  • ทำวิศวกรรมย้อนกลับ แยกส่วน หรือพยายามเข้าถึงซอร์สโค้ดของระบบ
  • ให้เช่าช่วง ขายต่อ หรือให้บุคคลภายนอกใช้บัญชีของตน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ใช้บัญชีผู้ใช้งานหนึ่งชื่อร่วมกันหลายคนเพื่อเลี่ยงโควตา
  • นำเข้าข้อมูลที่ผิดกฎหมาย มัลแวร์ หรือเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น
  • เข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้บริการรายอื่น หรือพยายามเจาะระบบ ทดสอบเจาะระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า
  • ใช้ระบบอัตโนมัติ สคริปต์ หรือการเรียก API ในปริมาณที่กระทบต่อเสถียรภาพของระบบ
  • ใช้ระบบเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันกับ OptiPOS

11.3 ความรับผิดชอบต่อผู้ใช้งานของตน ผู้ใช้บริการรับผิดชอบต่อการกระทำของผู้ใช้งานทุกคนภายใต้บัญชีของตนเสมือนเป็นการกระทำของตนเอง


ข้อ 12. ผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์และบริการที่พึ่งพาบุคคลภายนอก

12.1 นโยบายการใช้อย่างเป็นธรรม (Fair Use) — ฟังก์ชันผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์รวมอยู่ในทุกแพ็กเกจ ภายใต้เพดานการใช้อย่างเป็นธรรม ผู้ให้บริการจะประกาศเพดานปริมาณที่ถือว่าเป็นการใช้ตามปกติไว้ในเอกสารประกอบ และจะแจ้งผู้ใช้บริการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนเริ่มคิดค่าบริการส่วนเกิน หากมีการใช้เกินอย่างมีนัยสำคัญและต่อเนื่อง ผู้ให้บริการอาจจำกัดอัตราการเรียกใช้ชั่วคราวได้

12.2 ผลลัพธ์จากปัญญาประดิษฐ์เป็นเพียงข้อเสนอแนะ ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ตรวจสอบก่อนนำไปใช้ ผู้ให้บริการไม่รับผิดชอบต่อการตัดสินใจทางคลินิก การจ่ายค่าสายตา หรือคำแนะนำทางการแพทย์ใด ๆ ที่อาศัยผลลัพธ์จากปัญญาประดิษฐ์

12.3 ข้อความ LINE และช่องทางสื่อสารภายนอก — หากผู้ใช้บริการเชื่อมต่อบัญชี LINE Official Account ของตนเอง ค่าใช้จ่ายในการส่งข้อความเป็นภาระของผู้ใช้บริการโดยตรงกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มนั้น หากผู้ใช้บริการใช้บัญชีที่ผู้ให้บริการจัดให้ ค่าส่งข้อความจะถูกส่งต่อตามจริงและแสดงเป็นรายการแยกในใบแจ้งหนี้

12.4 บริการของบุคคลภายนอก — ระบบเชื่อมต่อกับบริการภายนอก เช่น ผู้ให้บริการรับชำระเงิน ผู้ให้บริการใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ให้บริการคลาวด์ และผู้ให้บริการข้อความ ผู้ให้บริการไม่รับผิดต่อการหยุดชะงักหรือความผิดพลาดที่เกิดจากบริการภายนอกดังกล่าว แต่จะใช้ความพยายามตามสมควรในการประสานงานแก้ไข


ข้อ 13. ทรัพย์สินทางปัญญาและการปรับปรุงระบบ

13.1 ระบบ OptiPOS ซอร์สโค้ด การออกแบบ เครื่องหมายการค้า และเอกสารประกอบทั้งหมด เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ให้บริการหรือผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิ

13.2 การอัปเดตแพ็กเกจที่ใช้อยู่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ผู้ให้บริการจะปรับปรุงและแก้ไขข้อบกพร่องของฟังก์ชันที่รวมอยู่ในแพ็กเกจที่ผู้ใช้บริการใช้อยู่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม

13.3 ผู้ให้บริการสงวนสิทธิในการออกโมดูลหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่อยู่นอกขอบเขตแพ็กเกจปัจจุบัน และเสนอขายแยกต่างหาก การซื้อแพ็กเกจตามข้อตกลงนี้ไม่ก่อสิทธิได้รับโมดูลใหม่ดังกล่าวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

13.4 การเปลี่ยนแปลงฟังก์ชัน — ผู้ให้บริการอาจปรับปรุง เพิ่ม หรือยกเลิกฟังก์ชันได้ กรณีที่จะยกเลิกฟังก์ชันสำคัญที่ผู้ใช้บริการใช้งานอยู่ จะแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน

13.5 ข้อเสนอแนะ (Feedback) — ข้อเสนอแนะที่ผู้ใช้บริการให้แก่ผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการมีสิทธินำไปใช้พัฒนาระบบได้โดยไม่มีข้อผูกพันในการจ่ายค่าตอบแทน


ข้อ 14. ความพร้อมใช้งาน การบำรุงรักษา และการรับประกัน

14.1 เป้าหมายความพร้อมใช้งาน — ผู้ให้บริการมุ่งรักษาความพร้อมใช้งานของระบบไม่น้อยกว่าร้อยละ 99.5 ต่อเดือนสำหรับผู้ใช้บริการทุกราย ผู้ใช้บริการที่ซื้อข้อกำหนดระดับการให้บริการ (SLA) เพิ่มเติมหรือได้รับสิทธิตามแพ็กเกจ จะได้รับคำมั่นระดับร้อยละ 99.9 พร้อมเครดิตชดเชยตามที่ระบุในเอกสาร SLA

14.2 การบำรุงรักษาตามกำหนด — ผู้ให้บริการจะแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง และดำเนินการนอกเวลาทำการปกติเท่าที่เป็นไปได้ เวลาบำรุงรักษาที่แจ้งล่วงหน้าไม่นับรวมในการคำนวณความพร้อมใช้งาน

14.3 ข้อยกเว้น — เหตุการณ์ต่อไปนี้ไม่นับเป็นการหยุดให้บริการ ได้แก่ ปัญหาอินเทอร์เน็ตหรืออุปกรณ์ของผู้ใช้บริการ การหยุดชะงักของบริการบุคคลภายนอก การระงับตามข้อ 8.5 หรือ 9.4 และเหตุสุดวิสัย

14.4 การรับประกันและข้อยกเว้น — ผู้ให้บริการให้บริการระบบ "ตามสภาพที่เป็นอยู่" (as is) ภายใต้ความพยายามตามสมควรทางวิชาชีพ ผู้ให้บริการไม่รับประกันว่าระบบจะทำงานโดยปราศจากข้อผิดพลาดหรือการหยุดชะงักโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ ข้อนี้ไม่เป็นการยกเว้นความรับผิดที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ยกเว้นได้


ข้อ 15. ความมั่นคงปลอดภัยและการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูล

15.1 ผู้ให้บริการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ได้แก่ การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างส่ง (TLS) และขณะจัดเก็บ การควบคุมสิทธิ์เข้าถึงตามบทบาท การแยกข้อมูลระหว่างผู้ใช้บริการแต่ละราย การบันทึกร่องรอยการเข้าถึง และการสำรองข้อมูลตามข้อ 10.5

15.2 การชำระเงินด้วยบัตร — ผู้ให้บริการใช้วิธี tokenization ผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงินที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS โดยหมายเลขบัตรเต็มไม่ผ่านเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ

15.3 การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล — หากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ใช้บริการโดยไม่ชักช้า และไม่เกิน 48 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุ พร้อมข้อมูลลักษณะของเหตุ ประเภทข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ และมาตรการเยียวยา เพื่อให้ผู้ใช้บริการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ภายใน 72 ชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนด รายละเอียดเป็นไปตาม DPA

15.4 หน้าที่ของผู้ใช้บริการด้านความปลอดภัย — ผู้ใช้บริการต้องกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานตามหลักความจำเป็นน้อยที่สุด ยกเลิกบัญชีพนักงานที่พ้นสภาพทันที และเปิดใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอนสำหรับบัญชีระดับผู้ดูแล


ข้อ 16. การจำกัดความรับผิด

16.1 เพดานความรับผิด — ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต ความรับผิดรวมของผู้ให้บริการที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อตกลงฉบับนี้ ไม่เกินจำนวนค่าบริการที่ผู้ใช้บริการชำระจริงให้แก่ผู้ให้บริการในระยะ 12 เดือนก่อนวันที่เกิดเหตุแห่งการเรียกร้อง

16.2 ความเสียหายที่ไม่รับผิด — ผู้ให้บริการไม่รับผิดต่อการขาดกำไร การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ ความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือความเสียหายทางอ้อมและความเสียหายสืบเนื่อง

16.3 ข้อยกเว้นของการจำกัดความรับผิด — การจำกัดความรับผิดตามข้อ 16.1 และ 16.2 ไม่ใช้บังคับแก่ (ก) ความเสียหายที่เกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ให้บริการ (ข) ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัย (ค) การละเมิดหน้าที่รักษาความลับโดยเจตนา และ (ง) ความรับผิดที่กฎหมายกำหนดว่าห้ามจำกัด

16.4 การชดใช้ค่าเสียหายโดยผู้ใช้บริการ — ผู้ใช้บริการตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ให้บริการ กรณีที่ผู้ให้บริการถูกเรียกร้องจากบุคคลภายนอกอันเนื่องมาจากการที่ผู้ใช้บริการนำเข้าข้อมูลโดยไม่มีฐานทางกฎหมาย ใช้งานผิดข้อ 11 หรือละเมิดสิทธิของบุคคลภายนอก

16.5 เหตุสุดวิสัย — คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดต่อความล่าช้าหรือการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงอันเกิดจากเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสมควร รวมถึงภัยธรรมชาติ สงคราม การก่อการร้าย โรคระบาด การขัดข้องของโครงข่ายโทรคมนาคมหรือระบบไฟฟ้าในวงกว้าง และคำสั่งของหน่วยงานรัฐ หากเหตุดังกล่าวต่อเนื่องเกิน 30 วัน คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกเลิกได้โดยคืนค่าบริการตามสัดส่วน


ข้อ 17. การรักษาความลับ

17.1 คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงรักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับจากอีกฝ่าย และใช้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อตกลงนี้

17.2 หน้าที่รักษาความลับมีผลต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดข้อตกลง เว้นแต่ข้อมูลส่วนบุคคลและความลับทางการค้าซึ่งมีผลตลอดไปเท่าที่กฎหมายกำหนด

17.3 ข้อยกเว้น ได้แก่ ข้อมูลที่เป็นสาธารณะอยู่แล้ว ข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลภายนอกโดยชอบ และการเปิดเผยตามคำสั่งของศาลหรือหน่วยงานของรัฐ โดยต้องแจ้งอีกฝ่ายล่วงหน้าเท่าที่กฎหมายอนุญาต

17.4 การอ้างอิงชื่อลูกค้า — ผู้ให้บริการจะไม่ใช้ชื่อ เครื่องหมายการค้า หรือโลโก้ของผู้ใช้บริการในสื่อประชาสัมพันธ์ เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร


ข้อ 18. การแก้ไขข้อตกลง

18.1 ผู้ให้บริการอาจแก้ไขข้อตกลงฉบับนี้ได้ โดยจะแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ผ่านอีเมลที่ลงทะเบียนไว้และการแจ้งเตือนในระบบ

18.2 การแก้ไขที่เป็นผลเสียอย่างมีนัยสำคัญต่อสิทธิของผู้ใช้บริการ ให้ผู้ใช้บริการมีสิทธิบอกเลิกก่อนวันที่การแก้ไขมีผล และได้รับคืนค่าบริการตามสัดส่วนที่ยังไม่ได้ใช้เต็มจำนวน

18.3 การใช้บริการต่อไปหลังวันที่การแก้ไขมีผล ถือเป็นการยอมรับข้อตกลงฉบับแก้ไข

18.4 ผู้ให้บริการจะเก็บรักษาข้อตกลงฉบับก่อนหน้าไว้ให้ผู้ใช้บริการเรียกดูย้อนหลังได้


ข้อ 19. บททั่วไป

19.1 การโอนสิทธิ — ผู้ใช้บริการโอนสิทธิและหน้าที่ตามข้อตกลงนี้ไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ให้บริการโอนสิทธิได้ในกรณีการควบรวมกิจการหรือการโอนกิจการทั้งหมด โดยแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า

19.2 ความเป็นโมฆะบางส่วน — หากข้อความใดตกเป็นโมฆะหรือใช้บังคับไม่ได้ ให้ข้อความที่เหลือยังคงมีผลสมบูรณ์

19.3 การไม่ใช้สิทธิ — การที่คู่สัญญาฝ่ายใดไม่ใช้สิทธิตามข้อตกลงในคราวหนึ่ง ไม่ถือเป็นการสละสิทธินั้นในคราวต่อไป

19.4 การแจ้ง — การแจ้งใด ๆ ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านอีเมลที่คู่สัญญาแจ้งไว้ และให้ถือว่าได้รับแล้วเมื่อพ้น 24 ชั่วโมงนับแต่การส่ง เว้นแต่มีการแจ้งกลับว่าส่งไม่สำเร็จ

19.5 ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา — ข้อตกลงนี้ไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ในฐานะตัวการตัวแทน หุ้นส่วน กิจการร่วมค้า หรือนายจ้างลูกจ้าง

19.6 ข้อตกลงทั้งหมด — ข้อตกลงฉบับนี้พร้อมเอกสารแนบตามข้อ 2.4 เป็นข้อตกลงทั้งหมดระหว่างคู่สัญญา และแทนที่การเจรจา ข้อเสนอ และความเข้าใจก่อนหน้าทั้งหมด


ข้อ 20. กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท

20.1 ข้อตกลงฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายไทย

20.2 คู่สัญญาตกลงเจรจาโดยสุจริตเพื่อระงับข้อพิพาทเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนดำเนินการทางกฎหมาย

20.3 ข้อพิพาทที่ไม่อาจตกลงกันได้ ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลไทย

20.4 กรณีข้อตกลงฉบับนี้จัดทำเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ให้ ฉบับภาษาไทยมีผลบังคับเหนือกว่า ในกรณีที่ข้อความขัดหรือแย้งกัน


ช่องทางติดต่อ

เรื่องช่องทาง
ฝ่ายสนับสนุนทั่วไปsupport@optipos.co.th
เรื่องการเรียกเก็บเงินและเอกสารภาษีbilling@optipos.co.th
เรื่องข้อมูลส่วนบุคคล / เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลdpo@optipos.co.th
ที่อยู่ตามกฎหมายบริษัท ซินเนอจี โกลบอล เน็ตเวิร์ค จำกัด 138/1 ชั้น 2 อาคารทองฟรีเวย์ ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับข้อตกลงการใช้บริการระบบ OptiPOS ฉบับนี้แล้ว

© 2026 OptiPOS — บริษัท ซินเนอจี โกลบอล เน็ตเวิร์ค จำกัด